ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง ถึงวันนี้ เราได้รับรู้ถึงคุณประโยชน์ของการเป็นโรคมะเร็งเข้าให้แล้ว

    เปล่าเลย มะเร็งยังคงเป็นมหันตภัยร้ายของมนุษย์เช่นเดิมอยู่นั่นเอง หากแต่มันกลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่โรคร้ายชนิดนี้สามารถสร้างผลกระทบในแง่บวกได้เช่นกัน

ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง

    หลังตกเป็นรองลิเวอร์พูลแบบสุดกู่ 3-0 ในช่วง 45 นาทีแรกของเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เซบีย่าก็สร้างปาฏิหาริย์ไล่ตีเสมออาคันตุกะเป็น 3-3 ได้สำเร็จในนาทีที่ 93 หลังได้รับรู้ในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่งว่า เอดูอาร์โด้ เบริซโซ่ เจ้านายชาวอาร์เจนไตน์ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

    เท่านั้นแหละ ขุนพลของทีมดังจากลา ลีกา พากันดาหน้าบุกแหลกราวกับว่ามันเป็นเกมสุดท้ายในชีวิตของพวกเขา และแบ่งแต้มได้สำเร็จจนทำเอาดาวเตะหงส์แดงแทบไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาทิ้งชัยชนะแบบใสๆ ให้หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา

    และจากวีรกรรมที่น่ายกย่องของเซบีย่าหนนี้ เราจะย้อนเวลากลับไปส่องอดีตกันสักหน่อยว่าเคยมีผู้จัดการทีมคนไหนเอ่ยประโยคเด็ดหรือทำอะไรในช่วงพักครึ่งกันบ้าง

ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง

    "พวกเขาเป็นแค่สเปอร์สนะ" – เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

    กุนซือทีม แมนฯ ยูไนเต็ด แทบพูดอะไรไม่ออกเลยเมื่อเห็นลูกทีมบุกไปเสียท่าที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ถึง 0-3 ในครึ่งแรกของเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2001

    ทั้งๆ ที่เล็งเห็นว่าทีมตราไก่เล่นกันได้ด้วยความมั่นใจ และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพขนาดนั้น แต่กุนซือสกอตต์ตัดสินใจใช้วิธีที่ผ่อนคลายกับลูกทีมแทนที่จะตะคอกใส่สตาร์ผีแดงตามสไตล์ไดร์เป่าผม

    และปรากฏว่ามันได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อพลพรรคอสูรรัวกระสุนรวดเดียวห้าเม็ดในครึ่งหลัง จนทำเอาไก่เดือยทองกลายสภาพเป็นลูกเจี๊ยบไปโดยปริยาย

    ดีน ริชาร์ดส์ แนวรับผิวสีจุดประกายให้ทีมเจ้าบ้านได้ตั้งแต่หัววัน ประเดิมการลงสนามให้สโมสรแห่งกรุงลอนดอนได้อย่างสวยหรู

ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง

    และจากนั้นก็เป็น เลส เฟอร์ดินานด์ และคริสเตียน ซีเก้ ที่เพิ่มสกอร์ให้สเปอร์สนำห่าง 3-0

    อย่างไรก็ดี เกมในครึ่งหลังกลายเป็นหนังคนละม้วนเมื่อเฟอร์กี้งัดจิตวิทยามาใช้กับลูกทีมด้วยการชี้ว่า พวกเขากำลังต่อกรกับทีมตราไก่ที่เป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่ของผีแดงมาแต่ไหนแต่ไร

    และในที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็กะซวกตาข่ายห้าเม็ดจากฝีเท้าของ แอนดี้ โคล, โลร็องต์ บล็องก์, รุด ฟาน นิสเตลรอย, เซบาสเตียน เวรอน และ เดวิด เบ็คแฮม

    โดนเข้าไปแบบนี้ เกล็น ฮ็อดเดิ้ล นายใหญ่ตราไก่เลยได้แต่ตัดพ้อว่าบางทีสเปอร์สอาจคลำเป้าสามเม็ดไวเกินไปก็ได้ เลยกลายเป็นการกระตุกหนวดเสือโดยไม่รู้ตัว

ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง

    "นิ่งเสียตำลึงทอง" – อาร์แซน เวนเกอร์

    แน่นอนเหลือเกินว่ากุนซือเฟร้นช์แมนมีสไตล์การคุมทีมต่างไปจากป่าเฟอร์กี้ ด้วยไม่นิยมระเบิดอารมณ์ขว้างแก้วน้ำชากระจายในห้องแต่งตัว โดยเชื่อว่าการขับแรงโกรธออกมาอยู่เป็นนิจจะกลายเป็นผลลบต่อทีมมากกว่าผลดี

    และมีอยู่ครั้งหนึ่ง เวนเกอร์ตัดสินใจใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวในช่วงพักครึ่งนัดดวลกับลิเวอร์พูลในเกมพรีเมียร์ลีกปี 2004

    เดอะ กันเนอร์ส ที่ยังไม่แพ้ใครจ่อเข้าใกล้คว้าแชมป์ลีกเต็มแก่ แต่พวกเขาเพิ่งแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ดในรอบตัดเชือกถ้วยเอฟเอ คัพ และอกหักมาจากฟุตบอลยุโรปโดยเสียท่าให้กับลูกยิงของ เวย์น บริดจ์ กองหลังเชลซี

    หลังตกเป็นรองลิเวอร์พูล 1-2 หลายคนพากันคาดว่าอาร์เซน่อลอาจล้มฟุบเหมือนกับซีซั่นก่อนก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างนั้นเวนเกอร์ก็เลือกถอยห่างออกมานั่งเฉยๆ โดยไม่ได้พูดอะไรในห้องแต่งตัว

    และเป็น มาร์ติน คีโอว์น ที่จัดการพูดแทนเจ้านายจนกลายเป็นว่า เธียร์รี่ อองรี ร่ายลีลาสร้างปัญหาให้กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ และแนวรับหงส์แดงได้อย่างร้ายกาจก่อนที่ทีมปืนใหญ่จะแซงเข้าวินด้วยสกอร์ 4-2

ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง

    "ต่อหน้าธารกำนัล" – ฟิล บราวน์

    เป็นที่ชัดเจนว่าบราวน์ผู้จัดการทีมฮัลล์ ซิตี้ หมดความอดทนหลังเห็นลูกทีมบุกไปโดน แมนฯ ซิตี้ขยี้เละ 4-0 หลังจบครึ่งแรกของเกมพรีเมียร์ลีกปี 2008

    และมันน่าตกใจอย่างแรงที่เขาเลือกพูดคุยกับนักเตะในช่วงพักครึ่งบริเวณวงกลมกลางสนามแทนที่จะเข้าไปถกถึงการแก้เกมในห้องแต่งตัว

    เมื่อเป็นอย่างนี้ พ่อค้าแข้งค่าแรงแพงทั้งหลายจึงต้องนั่งล้อมวงกันราวกับเด็กนักเรียนที่ถูกคุณครูทำโทษโดยที่บราวน์ชี้นิ้วตำหนินักเตะเป็นรายตัว

    อย่างไรก็ดี บางทีมันอาจได้ผลอยู่เหมือนกันเนื่องจากจบเกมเดอะ ไทเกอร์ส ปราชัย 1-5 ไม่ได้ถูกถล่มยับเหมือนกับเกมในครึ่งแรก

    ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว มันย้อนกลับมาเตือนความทรงจำให้กับแฟนบอลในซีซั่นต่อมาซะด้วยเมื่อ จิมมี่ บูลลาร์ด ฉลองประตูด้วยการทำทีเป็นบราวน์ชี้นิ้วเฉ่งนักเตะ เรียกเสียงหัวเราะจากนายได้ดังลั่น

ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง

    "มูยังต้องชิดซ้าย" – หมอนวดเชลซี

    สกอร์ 1-0 ที่เชลซีบุกไปโค่นแมนฯ ซิตี้ ได้ถึงถิ่นเมื่อปี 2014  ถือเป็นชัยชนะอันแสนยิ่งใหญ่ในเกมบิ๊กแมตช์มันเดย์ไนต์ของทีมเงินถังแห่งกรุงลอนดอน

    อย่างไรก็ดี โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่สิงห์บลูส์ในเวลานั้นเปิดปากสารภาพหลังจบเกมว่าไม่ใช่เขาที่สมควรได้รับเครดิต หากแต่เป็น บิลลี่ แม็คคัลล็อค หมอนวดประจำทีมชาวสกอตต์ที่เป็นคนพูดจาปลุกเร้านักเตะ

    "ผมไม่ได้พูดอะไรกับทีมเลย ผมพูดจริงๆ นะ เป็นบิลลี่หมอนวดของเราที่พูดกับพวกเขา"

ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง

    "เขาตะโกนออกมาเป็นสำเนียงสกอตต์ซึ่งผมไม่เข้าใจ แต่ดูเหมือนว่านักเตะเข้าใจ" มูรินโญ่เอ่ยถึงคนที่ จอห์น เทอร์รี่ ให้คำนิยามว่าเป็น "ผู้ชายที่ตลกที่สุดในโลก"

    "ครั้งสุดท้ายที่ผมคุยกับพวกเขาคือช่วงกินอาหารกลางวัน ผมสามารถบอกได้เลยว่าเป็นบิลลี่ที่คุยกับทีม"

    แน่นอนว่ามูรินโญ่แจกเอกสาร 42 แผ่นให้กับนักเตะทุกคนศึกษาฝ่ายตรงข้าม แต่เป็นแม็คคัลล็อคที่สร้างความแตกต่าง

    และจากผลลัพธ์ที่ว่านี้ เชลซีซึ่งได้ประตูจาก บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ช่วงท้ายครึ่งแรกก็กลายเป็นทีมแรกที่ยุติผลงานชนะในบ้าน 11 นัดติดต่อกันของเรือใบสีฟ้าภายใต้การคุมทัพของ มานูเอล เปเยกรินี่ ได้สำเร็จ

    เท่านั้นไม่พอ มันยังเป็นเกมเหย้านัดแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2010 อีกด้วยที่ แมนฯ  ซิตี้ คลำเป้าในพรีเมียร์ลีกไม่ได้

ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง

    "สับสนจนได้ดี" – ราฟาเอล เบนิเตซ

    การแก้เกมในช่วงพักครึ่งนัดชิงชนะเลิศถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2005 ของผู้จัดการทีมชาวเมืองกระทิงนับเป็นสุดยอดการคัมแบ็กของ เร้ด แมชีน ที่หลายคนจดจำได้เป็นอย่างดี

    ถึงกระนั้น จะมีใครรู้บ้างว่าก่อนจะได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ เอล บอส บังเกิดความสับสนในตัวเองไม่น้อย

    แรกทีเดียว เขาต้องการเปลี่ยน ฌิมี่ ตราโอเร่ กองหลังออก และส่ง ดีทมาร์ ฮามันน์ มิดฟิลด์ตัวรับลงไปเล่นแทนในครึ่งหลังพร้อมทั้งปรับหมากเป็น 3-5-1-1 โดยดัน สตีเว่น เจอร์ราร์ด ขึ้นไปล่าตาข่ายในแดนหน้า

ควันหลงหลังหงส์ถูกเซบีย่าตีเจ๊า ย้อนดู5วาทะ-วีรกรรมเด็ดช่วงพักครึ่ง

    แต่ขณะที่ตราโอเร่เตรียมผละไปอาบน้ำอาบท่า ทีมแพทย์ของลิเวอร์พูลก็มาแจ้งกับเบนิเตซว่า สตีฟ ฟินแนน มีปัญหาบาดเจ็บ เบนิเตซจึงต้องนำไวท์บอร์ดมาวางแผนผังกันใหม่

    "ผมใส่ชื่อฮามันน์, ฟินแนน และตราโอเร่ลงไปหมดเลย" เบนิเตซเผยเอาไว้ในหนังสือชีวประวัติ 

    "จากนั้นก็มีบางคนบอกว่าผมส่งนักเตะลงเล่น 12 ราย ผมจึงลบชื่อฟูลแบ็กออกไปสองคนจนเหลือแค่สิบคนเท่านั้น"

    สุดท้ายแล้วเป็นฟินแน่นที่ถูกถอดออกให้ฮามันน์ลงบู๊ ขณะที่ตราโอเร่ได้กลับลงสู่สนามตามเดิม และที่เหลือก็เป็นประวัติศาสตร์ที่โลกไม่มีวันลืมของถิ่นแอนฟิลด์

    ธีระ

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th