ย้อนดูลุ้นแชมป์แกล้มดราม่า ปีนี้จะมีไหมเมื่อ "เรือ" -"ผี" สูสีเหลือเกิน! ย้อนดูลุ้นแชมป์แกล้มดราม่า ปีนี้จะมีไหมเมื่อ "เรือ" -"ผี" สูสีเหลือเกิน! สถานการณ์การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ส่อแววจะเข้มข้นสูสี และมีสิทธิ์ไปวัดกันในวันสุดท้าย

        ณ จุดนี้ แมนฯ ซิตี้ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ครองบัลลังก์จ่าฝูงร่วมกัน โดยมีคะแนนเท่ากันเป๊ะ แถมผลต่างประตูได้เสียที่กินกันไม่ลงอย่างเหลือเชื่อ

        เราไปย้อนดูกันว่า ในฤดูกาลที่ผ่านๆ มาของศึกพรีเมียร์ลีก เคยมีเหตุการณ์การลุ้นแชมป์ในช่วงโค้งสุดท้ายที่ทำเอาแฟนๆ หวิดหัวใจวายมาแล้วกี่ครั้ง และปีใดบ้าง… 

1994/95 : ดราม่ากันยั้นวันสุดท้าย

 

   ย้อนดูลุ้นแชมป์แกล้มดราม่า ปีนี้จะมีไหมเมื่อ "เรือ" -"ผี" สูสีเหลือเกิน!

         เป็นซีซั่นที่เกิดเหตุการณ์คลาสสิคมากมาย ทั้ง เอริก คันโตน่า กองหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ถีบยอดอกแฟนบอลจนโดนแบนแต๊ดแต๋ 8 เดือน, เดนนิส ไวส์ จอมป่วน เชลซี ต่อยคนขับแท็กซี่ และ พอล เมอร์สัน จอมทัพ อาร์เซน่อล ยอมรับติดเหล้างอมแงม เป็นอาทิ

         เช่นเดียวกับการลุ้นแชมป์ระหว่าง แบล็คเบิร์น กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องเสียวไส้กันจนถึงวันสุดท้าย โดย "กุหลาบไฟ" บุก แอนฟิลด์ พร้อมกุมความได้เปรียบจาก 2 แต้มที่เหนือกว่า นั่นหมายฟามแว่ ขอแค่เสมอหรือชนะ ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกก็จะตกเป็นของพวกเขาทันที ขณะที่ "ปีศาจแดง" จำต้องชนะสถานเดียวที่บ้าน เวสต์แฮม พร้อมแช่งให้เด็กๆ ของ เคนนี่ ดัลกลิช สะดุดกึก

        ใครๆ ต่างก็คิดว่า ลิเวอร์พูล จะยอมออมแรง เพื่อให้อดีตราชาของพวกเขาอย่าง "คิง เคนนี่" ได้เป็นแชมป์มากกว่าจะทนเห็นอริตัวฉกาจเริงร่า แต่เอาเข้าจริงๆ "หงส์แดง" โชว์สปิริตทุบ แบล็คเบิร์น จนเฉา ขณะที่แฟนผี แทบคลั่งเมื่อทีมรักกลับทำได้แค่เสมอ 1-1 อัพตัน พาร์ค ทำให้ตำแหน่งแชมเปี้ยน ตกเป็นของ "กุหลาบไฟ" ไปในที่สุด

ย้อนดูลุ้นแชมป์แกล้มดราม่า ปีนี้จะมีไหมเมื่อ "เรือ" -"ผี" สูสีเหลือเกิน!

1995/96 : ปีทองของ "ก็องโต้" 

ย้อนดูลุ้นแชมป์แกล้มดราม่า ปีนี้จะมีไหมเมื่อ "เรือ" -"ผี" สูสีเหลือเกิน!

          ฤดูกาลเปิดฉากขึ้นโดย แมนฯ ยูไนเต็ด กับ นิวคาสเซิ่ล ถูกบรรดากูรูยกให้เป็นตัวเต็ง และเมื่อเข้าสู่ช่วงปีใหม่ ดูเหมือน "ทูน อาร์มี่" จะได้เฉลิมฉลองแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1927 เพราะนำโด่งเป็นจ่าฝูง โดยทิ้งห่างถึง 12 คะแนน

          แต่แล้ว สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อ "ปีศาจแดง" ไล่กวดจนกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ และหลังจากที่บุกไปซิวชัย 1-0 ที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค ด้วยประตูจาก เอริก คันโตน่า แล้วช่องว่างถูกบีบเหลือแค่คะแนนเดียวเท่านั้น 

          วันสุดท้ายของฤดูกาล นิวคาสเซิ่ล จำต้องชนะ สเปอร์ส พร้อมเชียร์ให้เพื่อนบ้านอย่าง มิดเดิ้ลสโบรช์ ดับซ่าส์ "ปีศาจแดง" แต่ที่สุดแล้ว ถ้วยแชมป์ก็ถูกส่งไปที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อพลพรรค "เร้ด อาร์มี่" กำชัย 3-0 ส่วน "ทูน อาร์มี่" ทำได้เพียงเสมอ 1-1 แถมอีกสัปดาห์ต่อมา เด็กๆ ของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังกลายเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ทำดับเบิ้ลแชมป์ได้ 2 ครั้ง หลัง คันโตน่า กระทุ้งดับ ลิเวอร์พูล 1-0 ในนัดชิงชนะะเลิศ เอฟเอ คัพ   

1997/98 : "เวนเกอร์" มาแว้ว!

ย้อนดูลุ้นแชมป์แกล้มดราม่า ปีนี้จะมีไหมเมื่อ "เรือ" -"ผี" สูสีเหลือเกิน!

         วันที่ 1 มีนาคม 1998 แมนฯ ยูไนเต็ด นำโด่งเป็นจ่าฝูง โดยทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 11 แต้ม จนดูเหมือนพวกเขาจะเข้าป้ายแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 5 ในรอบ 6 ปีหลัง ถึงขนาดที่ร้านพูลหลายสำนัก ยอมจ่ายเงินให้กับคนที่ถือหาง "ปีศาจแดง" เรียบร้อย

         แต่ อาร์เซน่อล ภายใต้การนำของกุนซือชาวฝรั่งเศส อาร์แซน เวนเกอร์ แบบเต็มฤดูกาลครั้งแรก ก็ทำในสิ่งที่เหลือเชื่อ โดยเก็บชัยรวดใน 3 นัดที่แข่งน้อยกว่า และเมื่อพวกเขาบุกประกาศชัยชนะ 1-0 ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในช่วงกลางเดือนมีนาคม เท่ากับว่า ช่องว่างถูกบีบเหลือเพียง 3 แต้ม 

         อาร์เซน่อล พลิกสถานการณ์นำเป็นจ่าฝูงของตารางในเดือนเมษายน ก่อนจะการันตีแชมป์ได้ในวันที่ 3 พฤษภาคมเมื่อถล่ม เอฟเวอร์ตัน กระจุย 4-0 แถมยังผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้อีก ทำสถิติเทียบเท่า แมนฯ ยูไนเต็ด ในการเป็นดับเบิ้ลแชมป์ได้ 2 สมัย ขณะที่ เวนเกอร์ กลายเป็นกุนซือคนแรกจากนอกเกาะอังกฤษที่ได้แชมป์ลีกผู้ดีด้วย

2002/03 : "ผี" ทวงแค้น

ย้อนดูลุ้นแชมป์แกล้มดราม่า ปีนี้จะมีไหมเมื่อ "เรือ" -"ผี" สูสีเหลือเกิน!

          อาร์เซน่อล แชมป์เก่าจากปีก่อนหน้า นำหายห่วงเป็นจ่าฝูงถึง 8 แต้มในวันที่ 2 มีนาคม แต่พวกเขากลับโยนชัยชนะอันล้ำค่าทิ้งในเกมกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ก่อนเป๋ยาวจนหมดหวังในการคว้าแชมป์เมื่อถูกทีมหนีตายอย่าง ลีดส์ บุกซัด 3-2 คาบ้าน 

          ในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ฉวยโอกาสที่ "เดอะ กันเนอร์ส" กระสุนด้าน ก้มหน้าก้มตาเก็บ 3 แต้มอย่างไม่ลดละ จนเข้าวิน และกระชากแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองเป็นสมัยที่ 8 ในรอบ 11 ปี 

         ขณะเดียวกัน ซีซั่นนี้ ชาวโลกก็ได้รู้จักกับหนุ่มสเก๊าเซอร์วัยแค่ 16 นาม เวย์น รูนี่ย์ ที่แจ้งเกิดด้วยประตูสุดสวยช่วย เอฟเวอร์ตัน ดับ อาร์เซน่อล 2-1 และเผยด้านมืดให้เห็นด้วยการเข้าอัด สตีฟ วิคเกอร์ส ของ เบอร์มิงแฮม เมื่อวันบ๊อกซิ่งเดย์ จนได้ใบแดงแรกบนเวทีพรีเมียร์ลีก 

2011/12 : "เรือใบ" แล่นฉิว

ย้อนดูลุ้นแชมป์แกล้มดราม่า ปีนี้จะมีไหมเมื่อ "เรือ" -"ผี" สูสีเหลือเกิน!

            นี่คือซีซั่นที่สุดแสนจะดราม่า ซึ่งมีสัญญาณบ่งบอกตั้งแต่วันชิงโล่ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ แล้วว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กับ แมนฯ ซิตี้ บี้กันสนุกแน่ เมื่อ "ปีศาจแดง" เบียดเพื่อนบ้าน 3-2 ที่ เวมบลีย์ 

          "เรือใบสีฟ้า" เอาคืนเพื่อนบ้านอย่างสาสมระหว่างฤดูกาล เมื่อบุกระเบิด โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กระจายถึง 6-1 และพวกเขายิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดให้แฟนผี ด้วยวีรกรรมสุดแสบในวันปิดท้ายฤดูกาล

           ทั้งสองทีม เดินสู่สนามในนัดสุดท้ายวันที่ 13 พฤษภาคม 2012 โดยที่มีแต้มเท่ากันเป๊ะคือ 86 แต่ แมนฯ ซิตี้ นำจ่าฝูง เพราะผลต่างประตูได้เสียดีกว่าคือบวก 8 ลูก เงื่อนไขของ "เร้ด อาร์มี่" จึงจำเป็นต้องทำให้ดีกว่าเพื่อนบ้าน และดูเหมือนพวกเขาจะทำได้ เมื่อเตรียมหั่น ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" ตามหลัง คิวพีอาร์ 1-2 ที่บ้าน 

           อย่างไรก็ตาม 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก เอดิน เชโก้ และ เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ ทำให้ แมนฯ ซิตี้ แซง 3-2 อย่างเหลือเชื่อ พร้อมเข้าป้ายแชมป์ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า นับเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปีที่แชมป์กับรองแชมป์จบซีซั่นแบบมีแต้มเท่ากันเป๊ะ  

2013/14 : "เจิด" ลื่น!

ย้อนดูลุ้นแชมป์แกล้มดราม่า ปีนี้จะมีไหมเมื่อ "เรือ" -"ผี" สูสีเหลือเกิน!

           เหลืออีก 2 สัปดาห์จะจบฤดูกาล ดูเหมือน ลิเวอร์พูล จากการทำงานของกุนซือหนุ่ม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เตรียมทำให้ "เดอะ ค็อป" ยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดเสียที หลังทำผลงานแสนสะเด่าตลอด ทั้งเกมรุกที่มี หลุยส์ ซัวเรซ เป็นตัวทีเด็ด และกัปตันทีม สตีเว่น เจอร์ราร์ด ซึ่งถูกปรับบทบาทใหม่เป็นโล่หน้าแนวรับ 

           แต่หลังจากตะลุยเก็บชัยชนะมา 11 นัดรวด พวกเขากลับมาเจอทีเด็ดของ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เชลซี ที่ขับรถบัสมาจอดขวางประตูถึง แอนฟิลด์ ชนิดที่หาทางเจาะยังไงก็ไม่เข้า แถม เจอร์ราร์ด ดันลื่นล้ม จนโดน เด็มบา บา ฉกไปยิงประตูอีก ก่อนพ่ายคาบ้าน 0-2 อีก

           ลิเวอร์พูล แฮงก์โอเว่อร์ จนทำได้แค่ออกไปเสมอ คริสตัล พาเลซ 3-3 ในนัดถัดมา จน ซัวเรซ บ่อน้ำตาแตก และสุดท้าย "หงส์แดง" ก็เข้าป้ายเพียงรองแชมป์ในวันสุดท้าย เป็นรองแชมเปี้ยนอย่าง แมนฯ ซิตี้ แค่ 2 คะแนน ถือเป็นการเข้าใกล้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมากที่สุดนับตั้งแต่ได้ชูถ้วยสมัย 19 เมื่อปี 1990

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th