ศึกเฟรนช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่า เจอกับอองเช่ร์เกมนี้ เปแอสเช ต้องการแชมป์เพื่อปลอบใจหลังพลาดเสียแชมป์ลีกเอิงให้กับโมนาโก แต่กว่าจะทำสำเร็จ ต้องรอจนถึงช่วงทดนาทีที่ 91 เมื่ออังเคล ดิ มาเรีย เปิดลูกเตะมุมไปหน้าประตู และเป็นอิสซ่า ซิสโซโก้ ของอองเช่ร์ ที่โหม่งสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง ส่งให้ "เปแอสเช" เฉือนชนะไป 1-0  ทำให้คว้าแชมป์เฟรนช์คัพ ได้เป็นสมัยที่ 11 และนับเป็นแชมป์รายการนี้ 3 สมัยติดต่อกัน

ศึกเดเอฟเบ โพคาล ของเยอรมัน นัดชิงชนะเลิศ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รองแชมป์ 3 สมัยติดลงสนามพบกับ แฟรงค์เฟิร์ต เริ่มเกมไม่ถึง 8 นาที อุสมาน เด็มเบเล่ ลากเข้าไปยิงให้ดอร์ทมุนด์ ขึ้นนำก่อน 1-0 แต่นาทีที่ 29 แฟรงค์เฟิร์ตมาตามตีเสมอได้สำเร็จจากฝีเท้าของ อันเต เรบิช ศูนย์หน้าชาวโครเอเชีย

ครึ่งหลังนาทีที่ 66 ดอร์ทมุนด์มาได้จุดโทษ เป็นปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ดาวซัลโวชาวกาบอง ที่สังหารจุดโทษแบบเหนือชั้นเป็นประตูชัยให้ดอร์ทมุนด์ เฉือนชนะไป 2-1 ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาลได้สำเร็จหลังเข้าชิงฯมา 4 สมัย และนับเป็นแชมป์ถ้วยนี้ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ของทีม "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์

การฉลองชัยของบาร์เซโลน่า หลังคว้าแชมป์โกปาเดลเรย์ ของสเปนได้สำเร็จด้วยการอัดอลาเบสแบบสบายเท้า 3-1 โดย บาร์ซ่าได้ประตูจากลิโอเนล เมสซี่ , เนย์มาร์, และฟรานซิสโก้ อัลคาเซร์ ทำให้ผงาดคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ ไปครองได้เป็นสมัยที่ 29 มากที่สุดตลอดกาล และนับเป็นแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน แถมยังเป็นการอำลาหลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือของทีมได้อย่างน่าประทับใจ หลังเอ็นริเก้ ที่คุมบาร์ซ่ามา 3 ปี ประกาศวางมือจากตำแหน่งด้วยการคุมทีมลงเล่นเกมนี้เป็นนัดสุดท้าย

ฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย รอบชิงชนะเลิศ คู่ระหว่าง ยูเวนตุส พบ ลาซิโอ ณ สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโกเริ่มเกมได้เพียง 12 นาที ยูเว่ ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ อเล็กซ์ ซานโดร วางบอลยาวจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ามาให้กับ ดาเนียล อัลเวส ในกรอบเขตโทษ  ก่อนจะซัดเข้าไปไม่เหลือ เจ้าม้าลายนำ 1-0 นาทีที่ 24 มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะลูกเตะของ อเล็กซ์ ซานโดร โดย อันเดร บาร์ซาญี โหม่งไม่โดนในจังหวะแรก ก่อนบอลจะเลยมาเข้าทางเลโอนาร์โด โบนุชชี ยิงเข้าไปง่ายๆ จบ 90 นาที ยูเวนตุส ชนะ ลาซิโอ 2-0 คว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย 2017  เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2015

ฟุตบอลเอฟเอคัพของอังกฤษ รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เชลซี แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ลงสนามลุ้นดับเบิลแชมป์ พบกับอาร์เซน่อล คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอ แต่เริ่มเกมไม่ถึง 4 นาที "ปืนใหญ่" ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกปัญหาของอเล็กซิส ซานเชซ ครึ่งหลังนาทีที่ 68 เชลซีมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อวิคเตอร์ โมเสส ไปพุ่งล้มรับใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่นาทีที่ 76 เชลซีที่มีผู้เล่นน้อยกว่ามาตีเสมอได้สำเร็จ

จากความสามารถเฉพาะตัวของดิเอโก้ คอสต้า ทำให้สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1เชลซีดีใจได้แค่ 2 นาที เมื่อให้อารอน แรมซีย์ โหม่งตุงตาข่ายเป็นประตูชัยให้อาร์เซน่อล ชนะไป 2-1 คว้าแชมป์เอฟเอคัพเป็นสมัยที่ 13 มากที่สุดในประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับอาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซน่อล ที่พาทีมคว้าถ้วยใบนี้ได้มากที่สุดรวม 7 สมัย

นายอพิศักดิ์  อินทกฤษ  

 

ที่มาของเนื้อหา : www.naewna.com