"ลอนดอนดาร์บี้"สุดมันส์! อลอนโซ่ฮีโร่ซัดเบิ้ลพา"สิงห์"บุกหักคอ"ไก่" 2-1 “สิงห์บลูส์” เชลซี คว้าสามแต้มแรกในลีกได้สำเร็จหลังทำศึก “ลอนดอนดาร์บี้” บุกไปคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่น สเปอร์ส 2-1 มาร์กอส อลอนโซ่ กลายเป็นฮีโร่ให้แชมป์เก่าหลังเหมาคนเดียวสองประตู ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนามเวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2560
สเปอร์ส 1 – เชลซี 2

สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

    สเปอร์ส เปิดรังที่เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เจอกับ เชลซี แชมป์ฤดูกาลที่แล้วเริ่มต้นเกมในครึ่งแรกทางชลซีบุกเข้าไปสร้างควมกดันกับแนวรับขอสเปอร์สหลายครั้ง และนาทีที่ 5 เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เปิดบอลจากทางขวาเข้าไปหน้าประตูให้ อัลบาโร่ โมราต้า โหม่งระยะ 8 หลา แต่หลุดเฉียดเสาทางขวาไปนิดเดียว

    แต่หลังจากนั้นทางสเปอร์สเริ่มกลับเข้าสู่เกมได้ และนาทีที่ 10 วิคเตอร์ วานยาม่า จ่ายบอลให้ แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่ง ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษยิงด้วยเท้าขวายิงเต็มเท้า ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูเชลซี รับไม่อยู่บอลกระดอนออกไปด้านซ้ายก่อนจะโดนเคลียร์

    ต่อมานาทีที่ 15 เอริก ดายเออร์ เปิดบอลจากทางซ้ายไปในเขตโทษให้ แบมิเดเล่ อัลลี่ เกี่ยวบอลลงระยะ 8 หลายิงแต่ข้ามครานออกไป

    ทางสเปอร์สทำเกมขึ้นไปอย่างน่ากลัว และนาทีที่ 19 คีแรน ทริปเปียร์ ต่อบอลให้ มูซ่า เดมเบเล่ ได้บอลกระชากเข้าไปยิงด้วยเท้าซ้ายระยะ 20 หลาแต่ข้ามคานออกไป

    แต่นาทีถัดมาเชลซีก็โต้กลับไป วิลเลี่ยน จ่ายบอลให้ ดาวิด ลุยซ์ ยิงด้วยเท้าซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษแต่หลุดออกทางซ้าย

    อย่างไรก็ตาม ถัดมานาทีที่ 24 เชลซีได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา มาร์กอส อลอนโซ่ ยิงด้วยเท้าซ้ายโค้งข้ามกำแพงตั้งรับของสเปอร์สเข้าทางเสาได้ขวาสุดที่ อูโก้ โยริส จะพุ่งปัดได้ทันทำให้เชลซีนำ 1-0 

    จากนั้นสเปอร์สมีโอกาสตีเสมอช่วงนาทีที่ 27 เมื่อ เบน เดวิส เปิดบอลจากลูกเตะมุมเข้าไปให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์  โหม่งจากกลางเขตโทษแต่หลุดออกทางขวา และถัดมา เคน หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษทางขวาแต่โดนเบียดเลยยิงหลุดไปเสาไกล และต่อมา เคน โดนเบียดล้มลงในเขตโทษแต่ไม่เป็นลูกจุดโทษ และ เคน ยิงอีกครั้งหลุดออกทางขวา

    สเปอร์สมีโอกาสทำเกมรุกขึ้นทางขวาช่วงนาทีที่ 39 ก่อนที่ ดาวิด ลุยซ์ นักเตะเชลซี จะใช้แขนขวา คริสเตียน เอริคเซ่น ผู้ตัดสิน เป่าให้สเปรอ์สได้ลูกฟรีคิก พร้อมกับชูใบเหลืองเตือนลุยซ์ และเอริคเซ่นเปิดฟรีคิกไปเสาไกลแต่ผู้เล่นสเปอร์สเข้าชาร์จไม่โดนบอล 

    จากนั้นสเปอร์สบุกหนักนาทีที่ 42 อัลลี่ จ่ายบอลให้ เคน ในเขตโทษทางซ้ายแล้วแตะเข้าขวายิงฝ่าแนวรับของเชลซีแต่โชคร้ายบอลไปชนเสากระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย

    ทั้ง สเปอร์ส และ เชลซี มีโอกาสทำประตูในช่วงท้ายเกมแต่ก็พลาดก่อนจะลงครึ่งแรกเชลซีนำอยู่ 1-0 

    ครึ่งหลังทั้งสองทีมไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นและเล่นสองนาทีแรกสเปอร์สได้ลูกเตะมุมเข้ามาจากทางขวา โดยเบน เดวิส เปิดไปบอลหลุดไปทางไกล แฮ์รี่ เคน โหม่งแต่ก็พลาดไปก่อน นาทีที่ 51 แยน แฟร์ต็องเก้น กองหลังสเปอร์สจะเข้าไปทำฟาวล์ วิคเตอร์ โมเสส โดนใบเหลืองตือน

    เชลซีได้ลุ้นบ้างช่วงนาทีที่ 52 เมื่อ วิคเตอร์ โมเสส จ่ายบอลให้ อัลบาโร่ โมราต้า ยิงด้วยเท้าขวาจากกลางเขตโทษแต่หลุดกรอบออกไป

    สเปอร์ส บุกมากกว่าเดิม แต่ยังมีปัญหาการเข้าทำประตู และนาทีที่ 68 เปลี่ยนตัวคนแรกส่ง ซน ฮึง-มิน กองหน้าทีมชาติเกาลหลีใต้ลงแทน เอริก ดายเออร์ และนาทีถัดมา สเปอร์สได้ลุ้นเมื่อ เดมเบเล่ จ่ายบอลให้ วิคเตอร์ วานยาม่า ยิงด้วยเท้าขวานอกกรอบเขตโทษแต่หลุดออกทางขวา

    เชลซีทำเกมรุกขึ้นไปบ้าง และนาทีที่ 70 วิลเลี่ยน จ่ายบอลให้ โมราต้า ยิงด้วยเท้าขวาในเขตโทษแต่โดนบล็อกได้ และนาทีที่ 73 โมราต้า จ่ายบอลห้ วิลเลี่ยน ยิงด้วยเท้าขวาหน้ากรอบเขตโทษแต่ไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 81 บากาโยโก้ ไปทำฟาวล์ อัลลี่ ใกล้เขตโทษทางซ้ายใกล้เขตโทษ และ เอริคเซ่น เปิดโค้งไปแล้ว บาตชูอายี่ โหม่งเคลียร์ แต่บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง ให้สเปอร์สตีเสมอเป็น 1-1 

    เกมทำท่าว่าจะจบด้วยการแบ่งแต้ม แต่แล้ว นาที 87 จากความผิดพลาดของเจ้าถิ่น ดาวิด ลุยซ์ ตัดบอลได้ก่อนจ่ายต่อให้ เปโดร ก่อนที่ดาวยิงชาวสแปนิชจะแทงให้ อลอนโซ่ ที่เติมสูงหลุดเข้าไปยิงบอลเสาแรกผ่านตัว โยริส เข้าไปให้ทีมเยือนนำ 2-1 เป็นประตูที่สองของ มาร์กอส อลอนโซ่ ในเกมนี้ ก่อนที่จะจบเกมด้วยชัยชนะของแชมป์เก่า ส่งผลให้ เชลซี บุกมาคว้าสามแต้มแรกของซีซั่นนี้ได้สำเร็จ

    รายชื่อผ้เล่นทั้งสองทีม

    สเปอร์ส : อูโก้ โยริส, เอริก ดายเออร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, คีแรน ทริปเปียร์, วิคเตอร์ วานยาม่า, มูซ่า เดมเบเล่, เบน เดวิส, แบมิเดเล่ อัลลี่, คริสเตียน เอริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน

    เชลซี : ติโบต์ กูร์กตัวส์, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, ดาวิด ลุยซ์, อันโตนิโอ รือดีเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้, มาร์กอส อลอนโซ่, วิคเตอร์ โมเสส, วิลเลี่ยน, อัลบาโร่ โมราต้า

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th