เจาะ 5 เหตุผล ทำไม "สุภโชค" โดดข้ามชุดซีเกมส์สู่ช้างศึกชุดใหญ่ กลายเป็นประเด็นร้อนๆสุดๆของฟุตบอลไทย เมื่อสุภโชค สารชาติ สตาร์วัย 19 ของบุรีรัมย์ มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดลุยฟุตบอลโลก ของมิโลวาน ราเยวัช ที่เป็นประเด็นได้ เพราะ ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ สุภโชค เพิ่งจะหลุดจากทีมซีเกมส์ แต่ไปๆมาๆ กลับพาสชั้น มาติดธงชุดใหญ่ได้อย่างเซอร์ไพรส์ทีเดียว คำถามที่ น่าสนใจก็คือ ทำไม “เจ้าเช็ก” ถึงได้ก้าวกระโดดไปไกลเร็วขนาดนี้ และเหตุผลอะไร ทำไมทีมซีเกมส์ไม่ติด แต่ติดทีมชาติชุดใหญ่ทันที

        1) ราเยวัช ให้โอกาสดาวรุ่งมาตลอดอาชีพ

        เป็นแนวทางการทำทีมที่ชัดเจนของมิโลวาน ราเยวัช เจ้าตัวเปิดเผยว่า ตลอดการทำงานของเขา มักจะให้โอกาสดาวรุ่งพรสวรรค์ในทีมชาติชุดใหญ่อยู่เสมอ ซึ่งสุภโชค มีความสามารถในตัว และทีมชาติก็จะได้ประโยชน์

        ย้อนกลับไปในปี 2010 ราเยวัช คุมทีมชาติกาน่า ไปฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ เขาเจอปัญหาใหญ่ เมื่อสเตฟาน อัปเปียห์ กับ ซุลเลย์ มุนตารี่ สองคีย์แมนได้รับบาดเจ็บ ปรากฎว่า ราเยวัช ไปดึงเอาอังเดร อายิว กองกลางวัย 20 ปี มาติดทีมชาติ นอกจากนั้นยังเรียกดาวรุ่งวัยไม่เกิน 21 มาอีก 4 คน ในบอลโลกครั้งนั้น  ซึ่งผลลัพธ์คือกาน่า เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก บางทีไอเดียการให้โอกาสดาวรุ่ง อาจจะเวิร์กกับไทย เหมือนที่เคยเกิดกับกาน่าก็ได้
 
        2) เป็นเวลาที่เหมาะสม

        ทีมชาติไทย ในเวลานี้ ตกรอบฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแบบ 100% แล้ว เท่ากับว่า การเล่นกับอิรัก และออสเตรเลีย เล่นเพื่อศักดิ์ศรี และเพื่อทำให้โปรแกรมครบเท่านั้น ในอีกมุมหนึ่ง เกมที่ความกดดันไม่มากเกินไปแบบนี้ เป็นโอกาสดี ที่จะให้ดาวรุ่งมาสัมผัสกับบรรยากาศ เกมระดับเอเชียของจริง ถ้าสุภโชคได้โอกาสลงสนาม ในสองนัดนี้ มันจะเป็นประโยชน์ให้เขาอย่างแน่นอน ในอนาคตภายภาคหน้า 

        3) สไตล์การเล่นเหมาะกับชุดใหญ่มากกว่า 

        ราเยวัช ให้สัมภาษณ์ว่า เข้าใจการตัดสินใจของโค้ชโย่ง วรวุฒิ ศรีมะฆะ ที่ไม่ดึงตัวสุภโชคไปติดทีม u-23 เพราะโค้ชแต่ละคนก็มีแนวทางการทำทีมของตัวเอง ตามแผนของโค้ชโย่งนั้น ใช้ระบบกองหน้าตัวเป้าเป็นหลัก หนึ่งคนต่อเกม ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้งาน เจนรบ สำเภาดี กับ สิทธิโชค กันหนู ที่เป็นสไตรเกอร์แบบธรรมชาติ เป็นพวกพักบอลดี และแย่งโหม่งได้

         ตรงข้ามกับ สุภโชค ที่ตัวเล็กๆ คล่องแคล่ว เอาตัวรอดที่แคบๆดี จนคนยกไปเปรียบเทียบกับ อันเดรส อิเนียสต้า ตำแหน่งดีที่สุดของเขาคือ กองหน้าตัวต่ำ ที่คอยสอดขึ้นไปจบสกอร์ ซึ่งด้วยการเล่นแบบต่อบอลสั้นๆ ที่เขาถนัด ดูจะเหมาะกับทีมชาติชุดใหญ่มากกว่า ชุดซีเกมส์ ที่ดูจะเน้นเรื่องพละกำลังมากกว่า 
 
        4) ฟอร์มดีจนปฏิเสธไม่ได้ 

         9 นัด 7 ประตู กับอีก 1 แฮตทริกการันตีความสามารถของหนุ่มคนนี้ได้เป็นอย่างดี การที่คุณลงเล่นกับทีมลุ้นแชมป์อย่างบุรีรัมย์ คุณต้องการันตีฝีเท้าในระดับนึงแน่ๆ 

        สุภโชค ไม่เพียงแต่เป็นดาวรุ่ง แต่เขาพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็วในเวลาแค่ 1 ปี ประตูที่เขายิงเต็มไปด้วยความเหนือชั้น และความเข้าใจเกม สถิติการทำประตูบอกทุกอย่างได้ชัดเจนอยู่แล้ว 

        กวาดสายตาไปดูกองหน้าไทยที่ฟอร์มแจ๋วๆมีไม่กี่คน ดังนั้น สุภโชค ที่เล่นดีขนาดนี้ จะให้ติดธงชุดใหญ่เลย ก็ไม่ใช่เรื่องที่เซอร์ไพรส์อะไร

        5) ฟุตบอลโลกสองนัด อาจเหมาะกว่าเกมทัวร์นาเมนต์ยาว

       สุภโชค เจ็บไป 2 เดือนเมื่อช่วงมีนาคม จากนั้นหายกลับมา ในเดือนพฤษภาคม ลงเล่นแค่แว้บเดียว ก็เจ็บอีก ต้องพักไปอีกหนึ่งเดือน ดังนั้น การที่ต้องลงเล่นรัวๆติดกันใน 2 วัน สองสัปดาห์ติดๆกัน ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาแน่ 

        ซีเกมส์เป็นทัวร์นาเมนต์ที่โหดเอาเรื่อง นักเตะต้องแข่งกันทุกสองวัน ว่าจะจบรอบแรกก็มี 5 แมตช์ และถ้าเข้ารอบรอง กับรอบชิงได้ ก็ต้องเพิ่มไปอีก 2 

        การกรำศึกหนักขนาดนี้ อาจส่งผลให้คนที่เพิ่งหาย มีอาการกำเริบขึ้นมาอีก ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่เป็นการดีกับใครเลย 

        กับทีมชาติชุดใหญ่ แม้จะซ้อมอย่างเข้มข้น แต่เกมแข่งจริงก็มีแค่ 2 นัดเท่านั้น คือ เจออิรัก 31 ส.ค. และ 5 ก.ย. แถมสุภโชคก็คงไม่ได้เป็นคีย์แมนที่ลงทุกนัด ดังนั้น สภาพร่างกายของเขา น่าจะโอเคกว่าการไปเล่นซีเกมส์ที่จัดว่าทรหดมากๆในปีนี้

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th