เว็บออสซี่ตีบทวิเคราะห์ช้างศึกก่อนฟัดจิงโจ้5ก.ย. เว็บออสซี่ตีบทวิเคราะห์ช้างศึกก่อนฟัดจิงโจ้5ก.ย. เว็บไซต์สมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย วิเคราะห์เกมรับของไทยแข็งแกร่ง ทว่ายังมีความผิดพลาดเหมือนเดิม เนื่องจากน่าจะเอาชนะ อิรัก ได้ในเกมล่าสุด ทว่า 2 ใบเหลืองของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กับการทำฟาล์วในเขตโทษของ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ทำให้ “ช้างศึก”พ่ายในบ้าน 

    เว็บไซต์ของสมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย อย่าง http://www.socceroos.com.au ได้ตีบทความถึงทีมชาติไทย ก่อนที่จะเจอกันในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่ม บี นัดสุดท้าย วันที่ 5 ก.ย.นี้ ของ ซึ่งให้หัวว่า "ทีมชาติไทยฟื้นตัวสุดหินจากโค้ชคนใหม่"

    โดยเนื้อในนั้นได้บอกว่า "โค้ชใหม่, เกมรับใหม่แข็งแกร่ง" ซึ่งมีการวิเคราะห์ ดังนี้

    "การเข้ามาของโค้ชทีมชาติไทยคนใหม่อย่าง มิโลวาน ราเยวัช เขาได้เปลี่ยนการเล่นของทีม ซึ่งโค้ชวัย 63 ปีนั้นมีความเป็นมืออาชีพอย่างมาก เนื่องจากตลอดเวลา 30 ปีที่อยู่ในวงการฟุตบอล มีประสบการณ์มากมายในการทำทีม ไม่ว่าจะเป็น กานา, กาตาร์ และ แอลจีเรีย รวมถึงสโมสรต่างๆในประเทศเซอร์เบียกับเอเชีย"

    "เช่นเดียวกับโค้ชทีมชาติญี่ปุ่นอย่าง วาฮิด ฮาลิลฮอดซิซ ซึ่งเป็นโค้ชที่มีชื่อเสียงทั่วโลก และเป็นส่วนหนึ่งของทีมยูโกสลาเวีย ในยุค 1970 ทำให้เป็นการนำคุณภาพของฟุตบอลมาสู่นักเตะไทยอย่างแท้จริง"

เว็บออสซี่ตีบทวิเคราะห์ช้างศึกก่อนฟัดจิงโจ้5ก.ย.

    "แม้ว่าทีมชาติไทยจะไม่ได้ไปเล่นในรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ทว่าในเกมที่ 9 หลังจากพวกเขาจะมีผลงานที่น่าผิดหวัง (แพ้ อิรัก 1-2 เมื่อวันที่ 31 ส.ค.60) ก็ยังหวังที่จะมาสร้างผลงานที่ดีในออสเตรเลียกับเกมสุดท้าย"

    "โค้ชเซอร์เบียคนนี้เขามาสานงานต่อจาก "ซิโก้" (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากคนก่อนทำให้ทีมชาติไทย เปิดบ้านเสมอ ออสเตรเลีย 2-2 ในเดือน พ.ย. ปี 2016 โดย มิโลวาน ราเยวัช เข้ามาเติมเต็มในส่วนของเกมรับให้แข็งแกร่ง จนทีมดีขึ้นตามลำดับ"

    "เกมแรกของเขาเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. ซึ่งจบด้วยผลเสมอ ยูเออี 1-1 หลังจา โดน อาลี มับคุค ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงยิงช่วงนาทีสุดท้าย ทำให้ทีมชาติไทยไม่ได้รับชัยชนะในเกมแรกของรอบนี้ (12 ทีมสุดท้าย)"

    "อีกครั้งในเกมกับอิรัก ทีมชาติไทยไม่มีผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กับกองกลางอย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และจะไม่ได้มาที่เมลเบิร์น เพราะว่ามีอาการบาดเจ็บ อีกทั้งการเดินทางมาที่ออสเตรเลีย ต้องใช้เวลาที่ยาวนานอีกด้วย (9 ชั่วโมงครึ่ง)"

    พร้อมกันนี้พวกเขายังเขียนวิเคราะห์ "แท็คติกที่ถูกกดกร่อน แต่วินัยยังผิดอยู่" ซึ่งมีใจความว่า "ทีมชาติไทยจะเล่นระบบ 4-2-3-1 และเปิดหัวช่วงแรกได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าการต่อบอลที่ราบรื่นของอิรักในแดนกลาง ทำให้เจ้าบ้านมีปัญหาและไม่แปลกใจที่ จัสติน เมรัม จะยิงประตูให้ทีมขึ่นนำในช่วงครึ่งแรก (น.34)"

เว็บออสซี่ตีบทวิเคราะห์ช้างศึกก่อนฟัดจิงโจ้5ก.ย.

    "ในครึ่งหลังทีมชาติไทยเปลี่ยนมาเล่นระบบ 3-4-3 และเริ่มมีลูกหนักมากขึ้นในแผงมิดฟิลด์ สามารถทำให้อิรักต้องเล่นแบบกว้างกว่าเดิม จนวิงแบ็กขวาอย่าง ทริสตอง สมชาย โด ถูกส่งมาจากม้านั่งรอง และพลังของเขาและการสร้างความแตกต่าง เพียงแค่ 1 ชั่วโมง (น.63) ก็สามารถทำประตูได้ จนหลายคนเชื่อว่าจะได้รับชัยชนะนัดแรก"

    "แล้วทีมชาติไทยก็มีบทเรียนราคาแพงในระเบียบวินัยเกมรับ และไม่ใช่ครั้งแรกของรอบคัดเลือก รอบที่สาม ใบเหลืองที่สองของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย (น.72) จากนั้นเหลืออีก 6 นาที เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ไปทำฟาล์ว โมฮันนาด อับดุล ราฮีม ในเขตโทษเสียอีก"

เว็บออสซี่ตีบทวิเคราะห์ช้างศึกก่อนฟัดจิงโจ้5ก.ย.

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th