แบดไทยสุดยอดคว้า 4 เหรียญทอง 2 เงิน และ 4 ทองแดง สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองมากสุดตั้งแต่เข้าร่วมกีฬาแหลมทอง หรือเซียพเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ ปี ค.ศ.1959 และจากที่เคยได้มากที่สุด 3 เหรียญทอง ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 2 ที่เมืองย่างกุ้ง ปี ค.ศ.1961 ขณะเดียวกัน ทรัพย์สิรี, เดชาพล, จงกลพรรณ และรวินดา เป็นนักแบดมินตันไทยต่อจาก เพ็ญแข โพธิ์งาม ที่คว้าได้ถึง 2 เหรียญทองในครั้งเดียว

การแข่งขันกีฬาแบดมินตันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2560 เป็นรอบชิงชนะเลิศ มีนักตบลูกขนไก่ทีมชาติไทยเข้าชิง 4 ประเภท เริ่มที่คู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์/”ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มืออันดับ 7 ของโลก และมือวางอันดับ 1 ของรายการ ชนะ โกห์ ซูน ฮวต/เชวอน เจมี ไล คู่มืออันดับ 17 ของโลก และมือวางอันดับ 2 ของรายการ 2-0 เกม (21-15, 22-20) และเป็นนักแบดมินตันไทยที่คว้าแชมป์ประเภทนี้ในรอบ 14 ปี หลังจากคู่สุดท้ายที่ทำได้คือ สุดเขต ประภากมล/สราลีย์ ทุ่งทองคำ ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ที่เวียดนาม ปี ค.ศ.2003 ขณะเดียวกัน ไทยยังได้อีก 1 เหรียญทองแดงจาก “อาท” บดินทร์ อิสสระ/”เอ็มเอ็ม” สาวิตรี อมิตรพ่าย

ประเภทชายเดี่ยว “เพชร” โฆษิต เพชรประดับ มืออันดับ 40 ของโลก และมือวางอันดับ 2 ของรายการ แพ้ โจนาธาน คริสตี้ มืออันดับ 22 ของโลก และมือวางอันดับ 1 ของรายการ จากอินโดนีเซีย ไป 0-2 เกม (19-21, 10-21) โฆษิต ได้เพียงเหรียญเงิน

หญิงคู่ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย/”เอิร์ธ” พุธิตา สุภจิรกุล คู่มืออันดับ 11 ของโลก และมือวางอันดับ 1 ของรายการ ดีกรีแชมป์ประเทศไทย 2 สมัยหลังสุด พบกับ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติะรากุล/”วิว” รวินดา ประจงใจ คู่มือ 12 ของโลก รองแชมป์ประเทศไทย 2 ครั้งล่าสุด ผลปรากฏว่า เกมแรก คู่ จงกลพรรณ-รวินดา ชนะก่อน 21-16, เกมสอง ขณะที่คู่ ทรัพย์สิรี-พุธิตา นำ 7-6 ทรัพย์สิรี ถอยกระโดดตบโอเวอร์เฮด แต่จังหวะลงพื้นเข่าซ้ายมีอาการบิดจนล้มลงเมื่อปฐมพยาบาลแล้ว เจ้าตัวยังกัดฟันสู้ต่อ แต่ขอยอมแพ้ไปขณะนำ 8-7 ส่งผลให้คู่ จงกลพรรณ-รวินดา เป็นหญิงคู่ไทยในรอบ 46 ปี ที่คว้าเหรียญทองได้ ต่อจาก ทองคำ กิ่งมณี/อัจฉรา ปัตตพงศ์ ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 6 ที่มาเลเซีย ปี ค.ศ.1971 ส่วนคู่ ทรัพย์สิรี-พุธิตา ได้เหรียญเงิน พร้อมกับทำให้ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี พลาดโอกาสเป็นแบดมินตันไทยคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่คว้าเหรียญทองได้ถึง 3 เหรียญ ภายในรายการครั้งเดียว เพราะก่อนหน้านี้ได้เหรียญทองจากทีมหญิงและคู่ผสมไปแล้ว

ชายคู่ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์/”สกาย” กิตตินุพงษ์ เกตุเรน คู่มืออันดับ 22 ของโลก และมือวางอันดับ 4 ของรายการ ดีกรีแชมป์เยาวชนโลก ปี ค.ศ.2014 ชนะ ออง ยิว ซิน/โท เอ อี้ คู่มืออันดับ 18 ของโลก และมือวางอันดับ 3 ของรายการ จากมาเลเซีย 2-1 เกม 21-19, 20-22, 21-17 คว้าเหรียญทองประเภทนี้ได้ในรอบ 18 ปี หลังจากคู่สุดท้ายที่ทำได้คือ ปราโมทย์ ธีระวิวัฒน์ กับ เทศนา พันธ์วิศวาส ในซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่บรูไน ปี ค.ศ.1999 ขณะที่ “อาท” บดินทร์ อิสสระ/”ต้นน้ำ” นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร ได้เหรียญทองแดง

หญิงเดี่ยว เป็นการเข้าชิงกันเองของเจ้าภาพ โกห์ จิน เหว่ย มืออันดับ 28 ของโลก และแชมป์เยาวชนโลกปี ค.ศ.2015 ชนะ โซเนีย เชียะ มืออันดับ 24 ของโลก และมือวางอันดับ 4 ของรายการ 2-0 เกม (21-11, 21-10) ขณะที่ “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ จากไทยได้เหรียญทองแดง

สรุปแล้วกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 29 ทีมแบดมินตันไทยคว้าเหรียญรางวัลไปได้ 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง ซึ่งถือเป็นการคว้าเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาแหลมทอง หรือเซียพเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ ในปี ค.ศ.1959 หลังจากเคยได้มากที่สุด 3 เหรียญทอง ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 2 ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ปี ค.ศ.1961 ขณะเดียวกัน ทรัพย์สิรี, เดชาพล, จงกลพรรณ และรวินดา เป็นนักแบดไทยต่อจาก เพ็ญแข โพธิ์งาม ที่ได้ 2 เหรียญทองในรายการเดียว โดยเพ็ญแขได้จากหญิงคู่ กับ สุมล จันทร์กล่ำ และคู่ผสม กับระพี กาญจนระพี ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 2 ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ปี ค.ศ.1961.

ที่มาของเนื้อหา : www.thaipost.net