“โค้ชโย่ง” สั่งลูกทีมใส่เต็มร้อย เล่นตามเกมที่วางไว้ นัดชิงเหรียญทองฟุตบอลชายกับ “เจ้าภาพ” มาเลเซีย วันอังคารที่ 29 สิงหาคมนี้ ยอมรับลูกทีมที่เป็นเด็กใหม่ประสบการณ์น้อยกดดันบ้าง แต่ขอให้ทุกคนทำดีที่สุด ขณะที่สนามชาห์ อลัม สเตเดียม ที่บรรจุร่วมแสนคนนั้น แฟนบอลไทยน้อยแค่ 5,000 คน แถมยังโดนมาเลเซียแอบเข้ามาซื้อตัวโซนแฟนบอลไทยด้วย

ความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ที่เตรียมตัวชิงเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 29 กับ “เจ้าภาพ” มาเลเซีย วันอังคารที่ 29 ส.ค.60 ที่สนามชาห์ อลัม สเตเดียม เวลา 19.45 น. (ตามเวลาไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง 3 นั้น เมื่อเช้าวันที่ 28 ส.ค.2560 ได้มีการประชุมผู้จัดการทีม ณ โรงแรมฮิลตัน ปัตตาลิง จายา โดย “คุณเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีมชาติไทย เข้าร่วมการประชุม พร้อม “โค้ชก้าง” นฤพล แก่นสน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และ “เจ้าอิ้น” เชาว์วัตน์ วีระชาติ กองกลางทีมชาติไทย

โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุม “คุณเดียร์” ผู้จัดการทีม ได้กล่าวว่า “การประชุมวันนี้ได้เน้นในเรื่องของความปลอดภัยในสนามเป็นหลัก แต่ตนเชื่อว่าคู่ระหว่างไทยกับมาเลเซียคงไม่มีปัญหาอะไรมาก รวมถึงทางที่ประชุมได้ชื่นชมแฟนบอลชาวไทย ที่ได้สร้างบรรยากาศแบบแฟร์เพลย์ขึ้นมาในสนาม ซึ่งเกมนัดชิงแฟนบอลชาวไทยจะได้โควตา 5,000 ที่นั่ง ซึ่งค่อนข้างที่จะน้อยหากเทียบกับความจุทั้งหมดของสนามชาห์ อลัม ที่จุผู้ชมได้ราว 1 แสนคน”

หลังจากนั้นได้มีการแถลงความพร้อมทั้ง 2 ทีม โดยอ๋อง คิม สวี กุนซือของทีมชาติมาเลเซีย กล่าวว่า “แน่นอนทีมชาติไทยเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม แต่นัดนี้เป็นนัดชิงชนะเลิศ รวมถึงการที่เราเป็นเจ้าภาพด้วย เราพร้อมจะทำผลงานให้ดีที่สุด แม้สถิติการพบกันของทีมชุดนี้ที่ผ่านๆ มา เราอาจจะแพ้มาตลอด แต่ ณ เวลานี้เราเป็นทีมที่ได้ขึ้นกว่าเดิมแล้ว”

ด้านความเคลื่อนไหวล่าสุดของการซื้อตั๋วเข้าชมเกมนัดชิงฯ ฟุตบอลชาย มีรายงานว่าแฟนบอลชาวมาเลเซียกว่า 100,000 ชีวิต ได้มาจับจองพื้นที่เพื่อรอซื้อตั๋ว ทั้งที่สนามชาห์ อลัม สเตเดียม จุผู้ชมได้ราว 90,000 ที่นั่ง อีกทั้งแฟนบอลชาวมาเลเซียบางรายได้แอบทำเอกสารปลอมแอบอ้างว่าเป็นคนไทยเพื่อใช้ประกอบในการซื้อตั๋วครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้เคลียร์ออกไปบางส่วน โดยหวั่นว่าหากถึงการแข่งขันจริง แฟนบอลทั้งสองทีมอาจกระทบกระทั่งกันหากต้องมานั่งเชียร์ใกล้กัน ส่วนแฟนบอลไทยที่มาซื้อตั๋วก็ต้องโชว์พาสปอร์ตกับเจ้าหน้าที่ด้วย

ส่วนความพร้อมของทีมชาติไทยนั้น เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ส.ค. ทีมชาติไทยได้เดินทางมาฝึกซ้อม ณ สนามปาดัง เคแบ อมาน โดยวันนี้เน้นเรื่องการฝึกซ้อมเกมรุก-รับ เพื่อใช้รับมือกับทีม “เสือเหลือง” ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง โดย “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ กล่าวว่า “มันเหลืออีกเกมเดียวซึ่งเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยเกมนัดชิงเราก็เล่นตามรูปแบบที่เราได้ซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง มาเลเซียเป็นทีมที่เล่นเกมโต้กลับ รวมถึงมีเกมรุกด้านข้างที่ดี แต่พวกเขายังมีจุดอ่อนที่กองกลางและด้านข้าง บอลนัดนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราต้องพยายามทำให้เต็มที่ที่สุด เราต้องเล่นให้เต็มที่ โดยสภาพผู้เล่นของทีมถือว่าสมบูรณ์ทุกตำแหน่ง ส่วนความกดดันของนักเตะอาจจะมีบ้างเพราะพวกเขายังอายุน้อยอยู่ แต่พอเวลาผ่านไปทุกคนน่าจะปรับตัวได้ดีขึ้น คนดูอาจจะเยอะก็จริง แต่ถ้าเราเล่นได้ในเกมของพวกเราเองก็เชื่อมั่นว่าทุกคนจะสู้ได้อย่างไม่เป็นรอง เพื่อนำเหรียญทองกลับประเทศไทยให้ได้”

โดย 11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามนัดชิง ผู้รักษาประตู นนท์ ม่วงงาม, แผงแบ็กโฟร์จากขวาไปซ้าย รัตนากร ใหม่คามิ, ศฤงคาร พรหมสุภะ, วรวุฒิ นามเวช และสุริยา สิงห์มุ้ย, แผงมิดฟิลด์ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล จะคุมจังหวะช้า-เร็วกลางสนามร่วมกับนพพล พลคำ เกมรุกวาง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ร่วมกับพิชา อุทรา และศศลักษณ์ ไหประโคน โดยวางเจนรบ สำเภาดี กองหน้ากัปตันทีมยืนล่าตาข่ายแดนหน้า โดยทีมชาติไทยจะใส่ชุดสีดำลงสนาม

สถิติการพบกันในเกมนัดชิงซีเกมส์ของ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย กับ “เสือเหลือง” มาเลเซีย เจอกันทั้งหมด 4 นัด ไทยชนะ 3 นัด, มาเลเซียชนะ 1 นัด, ไทยยิงได้ 6 ประตู, มาเลเซียยิงได้ 4 ประตู.

ที่มาของเนื้อหา : www.thaipost.net