5เหตุผลที่สิงห์จะทุบผีลิ่วตัดเชือกเอฟเอคัพ เชลซี เตรียมเปิดถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกชาวสวีเดน ที่ติดโทษแบน ในเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ วันจันทร์ที่ 13 มีนาคมนี้ ขณะที่ เพลย์อิงฟอร์90ดอตคอม เว็บไซต์ลูกหนังดัง วิเคราะห์ 5 เหตุผลที่ “สิงห์บลูส์” จะเป็นฝ่ายทุบ “ปีศาจแดง” พร้อมผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือก ดังต่อไปนี้

1.) เชลซี อยู่ในฟอร์มร้อนแรง

         นับตั้งแต่แพ้ สเปอร์ส 0-2 เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เชลซี สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นอีกเลยตลอด 10 นัดหลังรวมทุกรายการ โดยปัจจุบันนั่งแท่นเป็นจ่าฝูงตาราง พรีเมียร์ลีก ทิ้งห่าง "ไก่เดือยทอง" อันดับ 2 ถึง 10 คะแนน ขณะที่ยิงประตูในลีกมากสุดเป็นอันดับ 2 ที่จำนวน 57 ประตู รองจาก ลิเวอร์พูล ที่ยิงไป 58 ประตู และเสียประตูน้อยสุดในลีกเพียง 20 ลูก นอกจากนั้น ดีเอโก้ คอสต้า และ เอแด็น อาซาร์ มีชื่อติดอยู่ในกลุ่มดาวซัลโวของลีก ขณะที่กองหลังรักษาคลีนชีตได้มากสุดถึง 14 เกมอีกด้วย

 

 2.) อิบราฮิโมวิช ติดแบน

         ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นนักเตะที่โชว์ฟอร์มดีที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ แต่โชคร้ายที่เจ้าตัวหมดสิทธิ์ลงสนามในนัดนี้ หลังโดนสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) สั่งลงโทษแบน 3 นัด กรณีเจตนาตีศอก ไทโรน มิงส์ กองหลัง บอร์นมัธ และการขาดยอดหัวหอกชาวสวีดิช น่าจะส่งผลกระทบต่อ "ปีศาจแดง" อย่างมากเลยทีเดียว

 

 3.) มูรินโญ่ กลายเป็นเพียงกุนซือธรรมดาที่ เชลซี ซีซั่นที่แล้ว

         ไม่มีข้อสงสัยว่า "เดอะ สเปเชียล วัน" ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เขาเคยกุมบังเหียนหลายทีมดีสุดของยุโรป และคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย อย่างไรก็ตาม เขาเคยมีรอยด่างในอาชีพเช่นกัน ตอนกุนซือชาวโปรตุเกส โดน เชลซี ปลดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แฟนบอลส่วนใหญ่หนุนหลังเขาและคิดว่าสโมสรทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ไม่มีใครรู้ว่า มูรินโญ่ จะพลิกสถานการณ์เวลานั้นได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่รู้ก็คือ เขาไม่ได้รับการหนุนหลังจากลูกทีมตอนโดนไล่ออก แม้ปัจจุบัน มูรินโญ่ กำลังทำผลงานยอดเยี่ยมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่เขารู้ว่าการเก็บชัยชนะไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอ และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่การเล่นเกมจิตวิทยากับกุนซือคนอื่นเริ่มมีให้เห็นน้อยลง

 

 4.) การปะทะกันของ 2 ยอดกุนซือ

         แฟนบอล เชลซี มี "เดอะ สเปเชียล วัน" คนใหม่ และกำลังปลาบปลื้มผลงานภายใต้การกุมบังเหียนของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่ไม่ว่าจะวางแผนหรือทำอะไรก็ดูไหลลื่นไปหมด ส่วน มูรินโญ่ ตั้งเป้าคว้าแชมป์รายการที่ 2 ร่วมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และถ้าเขาทำสำเร็จโดยการเขี่ย "สิงห์บลูส์" ร่วงตกรอบด้วย มันจะยิ่งทำให้การคว้าแชมป์หอมหวานยิ่งขึ้น ด้าน คอนเต้ กำลังเพลิดเพลินความสำเร็จกับการทำงานปีแรกในลีกผู้ดี ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาเคยนำ ยูเวนตุส คว้าแชมป์ เซเรีย อา 5 สมัยและ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย การปะทะกันของ คอนเต้ กับ มูรินโญ่ จะเป็นเกมที่น่าสนใจ แต่ดูเหมือนว่าเวลานี้กุนซือชาวอิตาลีจะเหนือกว่าเล็กน้อย

 

 5.) การห้ำหั่นในแผงมิดฟิลด์ระหว่าง ปอล ป็อกบา กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้

         เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มีโอกาสคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 ปีติด และไม่ต้องสงสัยเลยว่าการย้ายจาก เลสเตอร์ มาซบ เชลซี เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างยิ่ง ห้องเครื่องทีมชาติฝรั่งเศสกลายเป็นหัวใจในแดนกลางของ "สิงห์บลูส์" และล่าสุดเพิ่งได้รับเลือกให้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2016 ของสโมสรในกรุงลอนดอน ด้าน ป็อกบา ย้ายกลับมาซบถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก 89 ล้านปอนด์ แต่ยังโชว์ฟอร์มไม่สมค่าตัวอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง โดยยิงไปเพียง 4 ประตู และแอสซิสต์ 3 ครั้งในลีก ขณะที่ยังโดนวิจารณ์ว่าไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับอีกด้วย

 

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th