5 คนเป็นข่าว… แต่อดห้าวกับ “ช้างศึก”! จากประเด็นร้อนๆ เกี่ยวกับการประกาศ 25 ขุนพลทีมชาติไทยชุดใหญ่ในการลุย 2 เกมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่ม บี วันที่ 31 ส.ค. 60 พบ อิรัก (ห), วันที่ 5 ก.ย. 60 พบ ออสเตรเลีย (ย)

    ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของ สุรชาติ สารีพิมพ์, พีรพงศ์ พิชิตโชตรัตน์ สองเก๋าจาก บางกอกกล๊าส เอฟซี, วันชัย จารุนงคราญ แบ็กซ้ายวัย 20 กะรัตจาก แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี และสองดาวรุ่ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด อย่าง อัครวินท์ สวัสดี กับ ศิวกรณ์ เตียตระกูล ทั้งที่มีข่าวหนักมากก่อนหน้านี้ ถึงขนาดมีการเผยแพร่จดหมายเรียกตัวกันเลยทีเดียว 

    กระนั้น การไม่มีชื่อในชุดล่าสุดของ 5 คนนี้ ไม่ใช่ว่าหลุดไปจากสารบบของ มิโลวาน ราเยวัช โค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่ ขอแค่ตั้งใจทำผลงานบนสนามต่อไป ต้องมีสักวันที่โอกาสเป็นของพวกเขา…

           “นนท์นี่คุง”

    * สุรชาติ สารีพิมพ์ & พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ (บางกอกกล๊าส เอฟซี)
 

    จากข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า มีการจับตามอง สุรชาติ ที่เคยผ่านการเล่นให้กับทีมชาติไทยมาแล้วสมัยอยู่กับเพื่อนตำรวจ โดยเป็น “วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ ที่เรียกตัวเข้ามา ก่อนไปเก็บตัวยัง จ.บุรีรัมย์ เพื่อเตรียมความพร้อมบู๊ ปาเลสไตน์ ในฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก รอบสอง โดยครั้งล่าสุด ที่มีชื่อติดทีมชาติ ต้องย้อนไปนัดอุ่นแข้งชนะ ลาว ปี 2012

    ส่วนอีกหนึ่งหน่อจากบีจี คือ "เบนซ์เซแมน" พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ที่เคยผ่านการเล่นทีมชาติไทยมาแล้ว 1 นัด ในยุคของ "วินนี่" เชเฟอร์ ในเกมกระชับมิตร เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เจอกับออลสตาร์ไทยพรีเมียร์ลีก น่าจะได้รับโอกาสหวนสู่ทัพ "ช้างศึก" อีกครั้งในรอบ 5 ปี

     แต่ทั้งคู่ กลับไม่มีชื่อในการประกาศชุดล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา

    สำหรับในรายของ สุรชาติ มีข่าวว่าจริงๆ แล้วเป็นเพียงแค่คนเดียวที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ส่งหนังสือไปขอตัวกับต้นสังกัดอย่าง บีจี เพื่อที่จะให้มาทำวีซ่าเข้าประเทศออสเตรเลียไว้ก่อน หลังฟอร์มเปรี้ยงในลีก 
 
     หลายคนอาจจะมองว่า สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่มีชื่อ มีดีกว่า “เจ้าเก่ง”ตรงไหน แต่หากมองจริงๆ แล้ว ทั้งสองคนเล่นคนละตำแหน่งแม้จะขึ้นชื่อว่า “กองหน้า” เพราะ “ปีโป้” มักจะอยู่ในแนวรุกริมเส้น ส่วน สุรชาติ จะเป็นตัวเป้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าตรงนั้นมี ธีรศิลป์ แดงดา กับ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ประจำการอยู่แล้ว

    ด้าน "เบนซ์เซแมน" พีรพงศ์ มีชื่อหลุดมาในช่วงแรก เป็นเพราะการขาดหายไปของ “เจ้าตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มิดฟิลด์ตัวรับของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำให้หลายคนคิดว่า เขาน่าได้โอกาส อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวเคยยอมรับแล้วว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของโค้ช เรียกว่าแสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกมาอย่างชัดเจน

    * วันชัย จารุนงคราญ (แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี)

    แบ็กซ้ายวัย 20 ของ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี จ่าฝูง เอ็ม 150 แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเคยได้รับโอกาสจาก “โค้ชโป้ง”กฤษณ์ สิงห์ปรีชา ให้ร่วมทีม ม.อาเซียน ไปคว้าเหรียญทองกีฬา ม.อาเซียน สมัยที่ 14 ณ ประเทศสิงคโปร์ มาครองได้สำเร็จ ก็ไม่มีชื่อในทีมชาติไทยชุดล่าสุด แม้จะมีการเผยแพร่หนังสือเรียกตัวว่อนโลกโซเชี่ยลก็ตาม
 
    อย่างไรก็ดี หากดูกันให้ชัดๆ ในหนังสือที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ระบุไว้ในการส่งให้กับ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี รวมถึงทุกสโมสรที่เรียกนักเตะ มีประโยคว่า “มีโอกาสเรียกตัวเป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่” ระบุไว้ตอนท้ายๆ 

    ยิ่ง 2 แบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในเวลานี้ของทีมชาติไทยอยู่ด้วยกันในทีมชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ธีราทร บุญมาทัน กับ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา จาก เอสซีจี เมืองทองฯ จึงไม่ง่ายเลยที่แข้งวัย 20 จะก้าวเข้ามาช่วงชิงตำแหน่งได้ 

    อย่างไรก็ดี ด้วยอายุที่ยังน้อย อนาคตของ "เจ้าไช้" ยังอยู่อีกยาวไกล เขาต้องซ้อมหนัก เค้นผลงาน รับรองว่า ต้องมีวันที่เป็นของเขาแน่นอน

 
    * อัครวินท์ สวัสดี & ศิวกรณ์ เตียตระกูล (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

     อัครวินท์ สวัสดี กองหน้าของ “กว่างโซ้งมหาภัย” ที่ทำไปแล้ว 2 ประตูให้ทีม ในโตโยต้า ไทยลีก 2017 เลกสอง ประกอบด้วย น.33 ชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 4-0 (ห) และ น.39 ชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี 2-1 (ย) ตลอดจน ศิวรณ์ เตียตระกูล ปีกซ้ายจอมวางบอลที่ที่เคยติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในรอบ 1 ปีกว่า ในยุคของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นัดที่เปิดบ้านแพ้ เกาหลีใต้ ในเกมอุ่นเครื่อง 0-1 เมื่อวันที่ 27 มี.ค.59 แต่ “เจ้าเฟย” ไม่ได้ลงสนาม เนื่องจากมีการบาดเจ็บที่ฝ่าเท้า

    แม้ทั้งคู่จะโชว์ฟอร์มเฉียบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แต่ก็ไม่มีชื่อในทีมชาติไทยชุดล่าสุด ซึ่งตามข่าวทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ส่งหนังสือไปยังต้นสังกัดที่ขอตัว 2 คนนี้ พ่วงด้วย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก่อนที่จะมีแค่ “เจ้านิว” ที่ยังอยู่ในสารบบของทีมชาติไทยชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพราะในยุคของ ราเยวัช เจ้าตัวทำหน้าที่ได้ดีในการเป็นห้องเครื่องพลังไดนาโม

กระนั้น หากมองกันตรงๆ นอกจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต้องการชื่อทั้งสองคนแรกไปทำวีซ่าล่วงหน้าเผื่อไว้แล้ว อัครวินท์ ยังทับตำแหน่งในแดนหน้ากันหลายคน แม้จะเล่นได้ทั้งหัวหอกตัวเป้า หรือออกมาอยู่กราบขวาได้ ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความได้เปรียบยังตกอยู่กับ ธีรศิลป์, สิโรจน์, อดิศักดิ์ รวมทั้ง มงคล ทศไกร ที่มีประสบการณ์มากกว่า

    ฝ่าย ศิวกรณ์ เจ้าของฉายา “ซ้ายสั่งตาย” มีความสมดุลย์ในการเล่นกองกลางและปีกซ้าย ทว่าถ้าเทียบกันแล้วในแผงมิดฟิลด์อุดมไปด้วยหัวกะทิเพียบ โดยเฉพาะ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่คัมแบ็กสู่ธงไตรรงค์อีกครั้ง หรือหากจะถ่างออกไปทางซ้ายยังเจออีกหลายด่าน โดยเฉพาะ พีรพัฒน์ ที่สามารถขยับขึ้นลงกับ ธีราทร ได้อย่างรู้ใจ เนื่องจากเล่นด้วยกันที่ เอสซีจี เมืองทองฯ

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th